ปล. หนังสือของใหม่หมด เพราะถ้าซื้อมือสองอเมซอนมันไม่ส่งให้ 555

 

1.Freezing Flame ไฟรักไฟอารมณ์ฉบับนิยาย ที่เสริมเรื่องเพิ่มเติมจากการ์ตูนของอจ. คันเบะอากิระ ยังไงก็อยากอ่าน yoshitaka - katsumi แฟนคลับคู่นี้ เล่มที่สามเป็นคู่เจ้าชายอาหรับกับอุเคะสุดซึน 

 

2. 夏の塩 กับ  夏の子供 novel by Eda yuri อันนี้น้องฝากซื้อ(เขาบอกว่าดี) รอน้องอ่านเสร็จแล้วไปยื้มอ่านมั่งดีกว่า ไม่มีอิลลัส ขอบอกว่าหนามากทั้งสองเล่ม 

 

3. 龍と竜 (Ryuu to Ryuu)

Author Name: 綺月陣 (Kizuki Jin)  Illustrator: 亜樹良のりかず (Akira Norikazu) สกรีมไปที่โพสต์ http://pandamoe.blogspot.com/2010/10/blog-post_14.html  แพนด้า ตกหลุมรักหน้าปกน่ะ 

 

4. every thing illustrated by ayano yamane sensei

 

ANSWER SUGGESTION novel by sukiya haruhi อ่านanswerเล่มหนึ่งแล้วถึงจะงั้นๆแต่ก็อยากรู้เรื่องต่อ

 ค่ายแปลไม่ทำออกมาสักที อ่าน เล่มสอง suggestion เองก็ได้ ชริ 

 

ねじれたEDGE novel by sukiya haruhi อีกเช่นเดียวกัน ฟังดราม่าแล้วชอบ โมเอ้ อยากอ่านเต็มๆดูบ้าง 

 

ふ・ら・ちなニューフェイス (ダリア文庫) 3Pจร้า จากหน้าปกไม่บอกไม่รู้ พิมพ์ใหม่ปี 2008 
ayano sensei เขียนทอล์กท้ายเล่มน่ารักมาก

妖奇庵夜話 その探偵 novel by Eda yuri งานไม่วาย แต่จิ้นได้เกี่ยวกับภูติผีปีศาจ ลึกลับสอบสวน ชอบๆ ปกงาม เดี๋ยวนี้ตามร้านอาจไม่มีขายแล้ว เพราะฉบับพิมพ์ใหม่ เปลี่ยนคนวาดปกเป็นอจ. นากามุระ อาซูมิโกะ

เตือน: หนามาก สองชั้น ไม่มีภาพประกอบ (รู้แต่ก็อยากได้ 555)

 

อันนี้นิตยสาร บีบอยโกลด์เดือน ตุลาBE・BOY GOLD (ビーボーイゴールド) 2013年 10月号

 แบบแค่อยากได้ของแถม แฟ้มซอง ครึ่งเอสี่ 

มิบม๊อบด้วยตรงพื้นหลังกับทวนน้องอากิ สะท้องแสงสีเงิน บาดใจแพนด้านัก หุๆ หลังแผ่นก็ โมเอ้

 

 

๕. sasra by UNIT VANILA ILLUST Yamimaru Enjin 

เห็นเดงกิบอกจะออกเล่มสองเร็วๆนี้ เราเลยซื้อ เล่มสามสี่มากางเต้นท์รออ่านก่อน 

 

มีบางเล่มยังไม่เอามาลง เหนื่อย เดี๋ยวมาเพิ่ม เพราะมีอันที่เป็นสตอรี่มหากาพย์อยู่ 

 

แต่สรุปคือ 

 

ซื้อมาเยอะแยะ อ่อนคันจิขนาดนี้ จะอ่านได้มั้ย จะอ่านหมดมั้ย

 ไม่อยากซื้อมาเก็บหรือบูชา อยากอ่าน แต่โง่คันจิรุนแรง 

เอาโว้ยสู้ๆ สักวันมันต้องจำได้ เพี้ยงๆๆ 

สั่งหนังสืออะเมซอน

posted on 26 Nov 2013 22:22 by pandabamboo in My-Life
วันนี้ สนใจเรื่องการสั่งตุ๊กตุ่น เนื่องจากรู้แล้วว่าถ้าสั่ง amazon JP อีกมันส่งเฉพาะแต่หนังสืออกนอกประเทศ
ถ้าจะสั่งหนังสือ ยังไงก็ต้องพยายามกับอะเมซอนต่อไป(อย่างน้อยก็จะกว่าที่จะโดนเก็บภาษี
ส่งด่วนกะดีเอชแอลมันน่ากลัวศุลากากรจริงๆนะครัซ
 
ไม่ได้พยายามมือเติบ แต่ก็อยากได้ของที่อยากได้เอามาไว้กับตัวให้ได้ก่อนที่มันจะหมดไปให้มากที่สุด ของที่สั่งโคตรเก่าแล้วก็เลิกผลิตกันทั้งนั้นส่วนหนังสือที่อยากได้ก็ค่อยๆคิดเอาตอนกลางเดือนธันวาละกัน
 
ก็รู้ว่าจะต้องตั้งใจเรียนคันจิ แต่วันนี้กลับบ้านก่อนจะตั้งใจเรียน
 
ก็ได้แง่คิดหลักๆมาว่า อีเบย์ดูได้ แต่ของจากญี่ปุ่นแม่งโคตรแพง กว่าจะสั่งต้องคิดส่วนต่างก่อน ส่งจากมือคนขายก็จริงแต่คุ้มไหมกับถ้าสั่งกับร้านรับหิ้ว เพราะได้ประสบการณ์มาแล้ว ขายตัวแยกเดวิลจินแยกที่อีเบย์ตัวละเกือบหกพันเยนอ่ะ ทั้งที่ญี่ปุ่นขายยกกล่องหกตัว แค่ตกตัวละไม่ถึงหกร้อยเยน
มันน่านัก รู้สึกเกือบพลาด ในขณะที่ หุ่นคุโรคุราที่สั่งไปเมื่อวันก่อนทางอีเบย์ถ้าสั่งร้านรับหิ้วจากอะเมซอนแล้วราคาไม่ต่างจากซื้อตรงจากคนขายebayแค่สองร้อยสามร้อยบาท ซึ่งดีกว่า(แม้จะได้ของช้ากว่าเพราะผ่านมือน้อยสุด)
 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรจะกังวลเล็กน้อยเนื่องจากสุ่มเสี่ยงภาษีของเล่นที่ศุลกากรแต่ ก็เสี่ยงน้อยกว่าจาก DHL express คือวิธีนี้เสี่ยงโดนภาษีน้อยสุดๆแล้ว แต่วันนี้เย็นดันไปเจอทัมเบลอร์ราคาไม่แพงเปิด pre - order ที่ฮอบบี้โมเอะ ช่วยไม่ได้เสียตัง
 
ลองใช้บริการร้านรับหิ้วดูว่ามันจะเป็นไง พรุ่งนี้ไปทำงานตรวจแต่เช้า เฮ้อ วุ่นวาย อ่อเช็คสถานะส่งของต่างๆด้วย 
 
Talk 
อยู่ก็กลับไปดู hxh 2011 -2012- 2013 แล้วก็อีหรอบเดิมครับพี่น้อง รักคิรัวร์ หลงคู่คุโรโร่คุราปิก้า เลยมาปั่นช๊อตฟิก ooc (out of character) แถมได้พล๊อตมาจากท่อนนึงของมิวสิคอล ถ้าอ่านแล้วมีคนอยากให้ต่อก็อาจจะปั่นต่อคร้าาา 
 
จะรักษาดูแลอย่างดี ไม่มีวันที่จะทิ้งขว้าง ไว้ข้างกายตราบนานเท่านาน

Title:ความจริงหรือความฝัน
Fandom: Hunter x Hunter by Togashi Yoshihiro
Pairing
: Kuroro x Kurapika
Author: pandafulham
First posted: 15 nov 2013
Rate:pG-13
Warning: yaoi,short, angst
 
......................
คุโรโร่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ตอนนี้เขาอยู่ในบาร์เหล้านอกเมืองโลนิค กำลังรอใครบางคนอยู่ ผู้ชายหน้าตาดีอย่างเขาอดไม่ได้ทีีจะเอือมกับเสน่ห์ของตัวเอง นี่อีกฝ่ายเมื่อไหร่จะมา นิ้วเรียวยาว พลิกหนังสือคัมภีร์อ่านเงียบๆพร้อมกับโบกมือปฏิเสธหญิงสาวที่เข้ามาทักไปอย่างสุภาพ 
      ใครจะไปนึกได้ว่าคนที่ทำให้เขาสูญเสียเน็นไปเช่นนี้ เป็นผลผลิตมาจากชนเผ่าคูลท์ที่มีเนตรสีเพลิง เผ่าคูลท์ในยามที่โกรธดวงตาสีธรรมชาติจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง งดงามเหมือนไฟ เปล่งประกายราวทับทิมอัญมณีเม็ดงาม คุโรโร่ก็เป็นคนหนึ่งที่หลงไหลไปกับความสวยงามของมัน ไม่น่าประหลาดใจที่เจ้าของดวงตาคู่งามทึ่รอดพ้นจากการสั่งหารหมู่โดยกลุ่มโจรเงามายาจะเคืองแค้นเขานัก ใช่เขามันเหี้ยมโหด เป็นผู้นำในสงครามครัั้งนัั้น แต่โดยที่ไม่ได้บอกให้ใครรู้ว่านั่น ภารกิจครั้งนั้นเป็นงานเดียวทีี่หัวหน้าแก๊งแมงมุมอย่างเขา เสียใจ...และรู้สึกตัดสินใจพลาด 
        มีหลายคนบอกว่าเขาเป็นคนเบื่อง่าย พอได้สิ่งทีี่ปรารถนามาจากการปล้น เพียงชื่นชมอยู่ไม่นานก็จะขายต่อไป แต่กับเนตรสีเพลิง ตัวเขารู้สึกพิเศษมากว่านั้น 
         จริงอยู่ทีี่หลังจากสังหารหมู่ชนเผ่าคูลท์และควักลูกตาทุกคนในหมู่บ้านมา หากในใจเขากลับว่างเปล่า เหมือนกับว่ามันขาดอะไรไป... ความงามนิรันดร์หากไร้ซึ่งชีวิต ตอนนั้นเขาเองก็อธิบายไม่ได้ว่าความรู้สึกนั้นมันคืออะไรกันแน่ จนได้พบกับผู้รอดชีวิตของเผ่าคนสุดท้าย คุราปิก้า... แว่บแรกที่เห็นดวงตาคู่งามนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง บนเครื่องหน้าเกลี้ยงเกลาและเยาว์วัยของอีกฝ่าย ใจเขาแทบจะหยุดเต้นด้วยความหลงใหล อยากจะแก้ตัวว่าความรู้สึกนั้นเป็นผลมาจากจัดจ์เมนท์เชน หากยามนี้เขาที่ถูกผู้ขจัดเน็นถอนเอาโซ่ทีี่่แทงเข้าที่หัวใจออกไปแล้ว ทว่ายังคงมีความรู้สึกแน่นในอกเมื่อยามนึกถึงใบหน้าของเจ้าของนัยน์ตาสวยคู่นั้น
       กิ๊...กิ๊...สัตว์เน็นทีี่หัวไหล่ร้องออกมาเบาๆ หลังจากถอนคำสาปเน็นแล้วก็เกิดเป็นสัตว์เน็นรูปร่างคล้ายมังกรสีแดง โดยส่วนมากมันชอบพักที่หัวไหล่เขา สัตว์เน็นนี้จะไม่หลุดหายไปจนกว่าเขาจะเคลียร์เงื่อนไขกับเจ้าของคำสาป
        ถ้าจะว่ากันตามตรงที่เขาเดินทางมาเจรจากับอีกฝ่ายไกลถึงเมืองโลนิค ไม่ใช่เพราะเหนื่อยหน่ายรำคาญกับสัตว์เน็นที่เกาะอยู่บนหลัง ตอนแรกอาจใช่ แต่ตอนหลังก็รู้สึกว่ามันน่ารักดี เวลาเจ้าสัตว์เน็นตัวนี้อารมณ์ดีมันจะว่าง่ายเหมือนแมวเชื่องๆ แต่เวลาโกรธก็จะพ่นไฟออกมาบ้างบางครั้งบางคราว พาลทำให้นึกถึงเจ้าของคำสาปว่าถ้าคุราปิก้ามาซบแนบกับไหล่เขาแบบนี้บ้าง มันจะเป็นเช่นไรกันหนอ ถ้าเขาแหย่อีกฝ่ายเล่นจนโกรธนัยตาคู่นั้นจะเปลี่ยนสีให้เขาได้เห็นหรือเปล่า 
      อดีตหัวหน้าแก๊งแมงมุมเผยรอยยิ้มบางๆ กับอีกฝ่ายที่จงเกลียดจงชังเขาเสียขนาดนั้น คงไม่มีทางยอมรับฟังความรู้สึกเขาเป็นแน่ ทั้งๆที่คราวนี้คุโรโร่ตั้งใจไว้แน่นอนแล้วว่า หากได้เจอเจ้าของนัยน์ตาสีเพลิงคู่งามอันเปี่ยมด้วยพลังชีวิต เขาคงไม่อยากปล่อยให้อีกฝ่ายห่างจากกาย อยากดูแล ทะนุถนอม คอยเอาใจ อาจแหย่เล่นให้โกรธเป็นบางครั้ง ถ้าคุราปิก้ารู้ความในใจของเขาเช่นนี้ จะคลายทิฐิลงในตัวเขาบ้างไหมนะ
       กริ๊งๆๆ เสียงประตูร้านเหล้าเปิด สัตว์เน็นสีทับทิมที่ห่อตัวบนไหล่กระดุกกระดิกเหมือนพลิกตัวตื่นจากนิทรา คุโรโร่ปรายหางตาไปเพียงเล็กน้อย แสงไฟในบาร์ส่องกระทบเรือนผมสีทองของแขกผู้มาใหม่ ....
______________________________
จะรักษาดูแลอย่างดี... ไม่มีวันที่จะทิ้งขว้าง 
ไว้ข้างกายตราบนานเท่านาน....
tbc?end?
 
แถม ภาพตุ๊กตุ่นที่บ้านคร่ะ อิๆ


 
 

(รีวิว) kinokuniya singapore ณ ห้าง ไฮโซ TAKASHIMAYA- ORCHARD
 
เรียนมิตรรักนักอ่าน บวกกับที่ชอบไปต่างประเทศ อิฮั้นเป็นแม่บ้านจิตว่างที่อ่านหนังสือและสั่งหนังสือตามเว็บเป็นประจำค่ะ ดิฉันมีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์ แล้วทราบว่ามีคิโนะคุนิยะที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดิฉันใช้เวลาสองวันในการคลุกร้านนี้ รวมๆแล้วอยู่เกือบห้าชั่วโมงค่ะ เลยอยากรีวิวสั้นๆนะคะ
ชื่อห้างเล็กๆสีแดงๆป้ายเล็กกว่าหลุยวิติงอีกค่ะ สังเกต คิโนะอยู่มุมบนค่อนขวาค่ะ 
 
1 ร้านคิโนะที่นี่จัดอยู่ทั้งฟลอร์ชั้นสามของห้าง(ในตึกฝั่งเอของห้างทาคาชิมายะ) คือ ห้างมีสองตึก แต่ละตึกเชื่อมกัน(ขนาดห้างประมาณโรบินสันเชียงใหม่แต่ใหญ่กว่าหน่อย)ร้านคิโนะกว้างขวางและอลังการมากค่ะ 

2 ถ้าท่านเป็นแฟนคอมิกซุเปอร์ฮีโร่ ไม่ผิดหวังแน่ เพราะมีเยอะมาก

3 เรื่องฝั่งหนังสือญี่ปุ่น ถ้าท่านเป็นนักอ่านรักดี ก็อาจจะมีหนังสือที่ท่านต้องการ เพราะแผนกญี่ปุ่นก็กว้างขวางมาก นิตยสารมีเกือบครบทุกหัว แต่ถ้าท่านอยากรู้อยากลอง แบบอยากไปแง้มเฮนไต ยาโอย ยูริ ไรนี่ ขอบอกนะคะ ที่นี่เข้มงวดมาก ยิ่งกว่าที่คิโนะไทยอิเซตันซะอีก ไม่มีค่ะ ใสกิ๊งเหมาะแก่การพาบุตรหลานไร้เดียงสามาเดินมากค่ะ 

4 ราคาหนังสือ คืออยากบอกนะคะว่า ความใหญ่โตและหนังสือเยอะไม่ทำให้มันขายถูกค่ะ ยกตัวอย่าง ที่ไทยท่านซื้อเล่มเดียวกันได้ราคาสี่ร้อยค่ะ แต่ที่นี่ชีขายหกร้อยค่ะ เยนเท่ากันมันก็จะแปลงเป็นขายแพงแหละค่ะ มันคิดว่าหนังสือต้องขึ้นเรือข้ามเกาะมาหามันมั้งคะ แพงค่ะแพง จำชื่อหนังสือแล้วมาสั่งที่ไทยโลดค่ะ ไม่ใช่เฉพาะหนังสือญี่ปุ่นนะคะ หนังสือฝรั่งด้วยค่ะ ดิฉันผ่อมาแล้วค่ะ ขยาดมากค่ะ รอคิโนะมาเปิดเชียงใหม่โลดอ่ะค่ะ 

5 เป็นร้านคิโนะนะคะ ที่สาขาอิเซตันที่กทมเห็นคนญี่ปุ่นเข้าไปถามหนังสือกะพนักงานค่ะ พนักงานเก่งมากค่ะ พูดญี่ปุ่นคล่องมากค่ะ ดิฉันประทับใจชื่นชมพนักงานไทยท่านนั้นค่ะ แต่ที่นี่นะคะ ณ แผนกหนังสือญี่ปุ่นนะคะ ดิฉันไม่ถนัดสปีคอิงลิชค่ะ ดิฉันเลยกระแดะเนียนสลิดอู้ญี่ปุ่นไปถามชีพนักงานค่ะ ชีพนักงานงงมาก พูดไม่ได้ ดิฉันเลยต้องกระท่อนกระแท่นสื่อสารภาษาอังกฤษไปค่ะ คือ ภาษาที่ฉันพูดเบสิกมากขนาด ระดับสี่หรือห้าน่าจะเข้าใจค่ะ ทำให้ไม่เข้าใจว่า พนักงานที่นี่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นแล้วจัดหนังสือกันไงคะ จัดตามไอเอสบีเอนเหรอ ไม่ประทับใจเลยค่ะ ดิฉันอาจหวังสูงเกินไป แต่เห็นใจคนญี่ปุ่นที่มาซื้อค่ะ คนญี่ปุ่นเยอะนะคะที่เห็น เขาก็คงไม่ถนัดภาษาปะกิตเหมือนดิฉันค่ะ 
 
6 ข้อสุดท้ายนี่เพิ่มเติมค่ะ ไม่อยากด่าแต่ทนไม่ไหวค่ะ หนังสือเกือบทุกเล่มแมร่งซีนพลาสติกค่ะ แบบการ์ตูน อาร์ทบุ๊ค นิตยสาร วรรณกรรมหลายเล่ม ไม่รู้จะซีนมากหาอะไร ที่สำคัญทุกเล่มที่ซีนห้ามแกะขอผ่อดูค่ะ คุณต้องจินตนาการชั่งใจเองว่าจะซื้อหรือไม่ ดิฉันไม่เคยเจอแบบนี้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคิโนะหรือโตเกียวโด ขอแกะดูได้ ไม่ซื้อไม่เป็นไร ส่วนใหญ่ก็ซื้อหมดอ่ะ ที่ขอดูเพื่อให้แน่ใจ คือไม่เข้าใจว่าคือกลัวทำยับหรืออย่างไร แต่แบบนี้ทำให้ความอยากซื้อลดลงมาก ที่ไทยหรือญี่ปุ่นถึงซีน ไม่ซื้อก็คืนได้ แต่แม่นี่อย่างใดนิ งงว่ะครัสสส 

ปล. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันก็อุดหนุนซื้อมาหนึ่งเล่มนะคะเอามาเป็นที่ระลึก กับการ์ตูนอีกหนึ่งเล่มฝากเพื่อนค่ะ ส่วนตัวดิฉันไม่เคยไปคิโนะญี่ปุ่นนะคะ ใครไปสาขาใหญ่ที่ญี่ปุ่นมาแชร์ประสบการณ์กันได้ค่ะ 
สังเกตป้ายติดห้ามแกะดูค่ะ แม่มมม 
 

ปล.สอง หากท่านเพลียกะคิโนะ ห้างนี้มีร้านมาการองแสนอร่อยอิมพอร์ตรสชาติจากฝรั่งเศส Ladurée สนนมาการองแก่นละ ร้อยซาวค่ะ กินแล้วอร่อยบินได้เลยค่ะ หอมมาก ถ้าไม่เสียดายตัง ไปอุดหนุนได้ค่ะ คอนเฟิร์มลำขนาด แต่ต้องเดินไปฝั่งโซนบีนะคะ ไม่ติดกันค่ะ ร้านติด คาเทียร์ค่ะ แต่คาเทียร์ที่นี่มีสิบร้านนะคะ เอาเป็นว่าอยู่ชั้นสองค่ะ (เซนเซอร์ด้วยอัลปาก้าเพราะที่ถือถุงถ่ายกับป้ายอ้วนค่ะ ขอไปลดนน.ก่อนค่ะ)